การจัดการความรู้ เรื่อง การทำวิจัยและดำเนินการเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิจัยระดับนานาชาติ

วันที่ 30 ตุลาคม 2556 เวลา 15.00-17.00น.

km-web


+ รายนามผู้เข้าร่วมประชุม

1. ดร.โรจนศักดิ์ โฉมวิไลลักษณ์
2. ดร.ฐิติกานต์ สัจจะบุตร
3. ดร.ธีรนุช พูศักดิ์ศรีกิจ
4. ดร.ธนธร วชิรขจร
5. ดร.ณัฐพันธ์ บัววราภรณ์
6. ดร.นิออน ศรีสมยง
7. ดร,ลัดดาวัลย์ เลขมาศ
8. ดร.ลลิตา หงส์รัตนวงศ์

+ รายงานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

     ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ด้านการทำวิจัยและดำเนินการ เพื่อตีพิมพ์ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ โดยเน้น International Journals ที่มีระดับการยอมรับในระดับสูง ที่มหาวิทยาลัยส่งเสริม คือ Scopus, ISI และ ABS journal list เพื่อให้อาจารย์ที่เป็นนักวิจัยหน้าใหม่ ได้แลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรค และเรียนรู้เทคนิคจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์ ด้านการวิจัยและมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน International Journals ดังกล่าวแล้ว เพื่อให้มีผงานงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น และเป็นไปตามข้อกำหนดของ การขอรับมาตรฐาน AACBB โดยสรุปเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้

     อาจารย์ควรที่จะวางกรอบและความลึกของงานวิจัยอย่างไร เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการตีพิมพ์

     การวางกรอบหรือขอบเขตการวิจัย เพื่อให้ได้ความรู้ความเข้าใจในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ควรวางกรอบจาก Frontier ของประเด็นเหล่านั้น กล่าวคือ ควรเป็นเนื้อหาหรือประเด็นล่าสุดหรือกำลังเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจ และค้นหาคำตอบ และคำตอบเหล่านั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาองค์ความรู้และการค้นคว้า รวมถึงการเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์และผลกระทบต่างๆ ของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรจะตีกรอบให้แคบเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตีกรอบเพื่อทำวิจัยให้ได้แค่รายงานวิจัย แต่รายงานนั้นไม่มีความลึกและความทันสมัย และไม่เป็นประเด็นปัจจัย
     ความสามารถในการกำหนดกรอบหรือขอบเขตของการวิจัยให้มีความกว้าง ความลึกและความทันสมัยนั้น อาจารย์หรือนักวิจัยควรทำการทบทวน Literature กันอย่างจริงจังลึกซึ้ง และที่สำคัญ ควรให้ความสำคัญกับ International Journals ที่มีระดับการยอมรับในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น ABS Journal list, ISI, Scopus ทั้งนี้ ไม่ใช่ International Journal ทุกฉบับจะมีคุณค่าเท่ากัน บางฉบับไม่ได้มาตรฐาน จึงไม่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ หากอาจารย์หรือนักวิจัยไปอ้างอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ Journals เหล่านั้น เป็นแหล่งอ้างอิงหลัก จะทำให้การส่งผลงานตีพิมพ์ในวารสารหรือ International Journal ระดับสูงเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจาก reviewers ของ International Journal ระดับสูงจะไม่ค่อยให้ credits กับ Journals ที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากไม่เชื่อถือระบบการ reviews

     ทำอย่างไร เพื่อให้ได้รับการตอบรับตีพิมพ์ในวารสารที่มีระดับการยอมรับสูง...การทำงานร่วมกับนักวิชาการต่างประเทศมีส่วนสำคัญอย่างไร

     ประเด็นเรื่องการได้รับการพิจารณาและตอบรับให้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง ขึ้นกับ Contributions ของงานวิจัยนั้นๆ เป็นหลัก หากงานวิจัยมีคุณค่าสูง กล่าวคือ เป็นสิ่งใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ รวมทั้งเป็นการทดสอบ Generalization ของทฤษฎีหรือแนวคิดในบริบทของสภาพแวดล้อมต่างๆ กัน และเป็นประเด็นที่ทันสมัย เป็นข้อค้นพบใหม่ editors ของ Journals นั้นย่อมให้ความสำคัญ นอกจากนี้ Research methodologies ที่ใช้ในการวิจัยนั้น ต้องมีมาตรฐานอิงกับแนวทางทางวิทยาศาสตร์หรือสถิติที่ได้รับการยอมรับ เนื่องจาก แม้ประเด็นจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีคุณค่า แต่ระเบียบวิธีการวิจัยไม่น่าเชื่อถือ โอกาสที่จะถูก Reject กับ Manuscript ที่ส่งไป ก็จะมีสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ SEM (Structural Equation Model) ในการวิเคราะห์ Journals ระดับมาตรฐานสูงจะ Scan out สำหรับ papers ที่มีการเก็บจำนวนตัวอย่างที่น้อยเกินไปออก เนื่องจากเชื่อว่า จำนวนตัวอย่างน้อยเกินไปที่จะทำ SEM ดังนั้น ผลการวิจัยจึงไม่น่าเชื่อถือ

     สรุป การทำงานร่วมกับนักวิจัยหรือนักวิชาการต่างประเทศ มีความสำคัญหรือไม่...ความเห็นคือ ยังมีความสำคัญสูง แม้ผลการศึกษาและการเตรียม Manuscript จะเป็นไปตามมาตรฐาน แต่การทำงานร่วมกันกับนักวิชาการต่างประเทศ จะทำให้เกิดการถ่ายทอด Research knowledge และ Research technologies โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง Research methodologies และ analysis approaches ยิ่งไปกว่านั้น หากนักวิชาการต่างประเทศท่านนั้นๆ มีประสบการณ์การตีพิมพ์สูงจะช่วยให้คำแนะนำถ่ายทอดแนวทางการเขียน Manuscript ได้เป็นอย่างดีว่า เขียนอย่างไรจึงจะน่าสนใจ เขียนอย่างไรจึงสมเหตุสมผล และสุดท้ายนักวิชาการต่างประเทศเหล่านั้นจะช่วยแง่ของ Proof reading ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยต่อการได้รับการตอบรับตีพิมพ์

     ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนด กลุ่มเป้าหมายไปทดลองปฏิบัตตามเทคนิค และข้อแนะนำของอาจารย์นักวิจัยที่มีประสบการณ์ตีพิมพ์ เรียบร้อยแล้วโดยให้ทดลองใช้เลย เนื่องจากอาจารย์ส่วนใหญ่ เริ่มเขียนโครงร่างและเตรียมหัวข้อแล้ว โดยในปีการศึกษา 2557 ที่ประชุมจะกลับมาพูดคุยกันใหม่ ถึงปัญหาอุปสรรค ที่เจอและข้อค้นพบใหม่ๆ หลังจากทดลองใช้แล้ว