คณะบริหารธุรกิจในข่าวและสื่อต่าง ๆ

เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย : แนะเอสเอ็มอีสร้างแบรนด์สินค้าสู้เออีซี

โดย วสวัตติ์ โอดทวี จากหนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ ฉบับวันพุธที่ 1 มกราคม 2557

itn2014 smes-brand

     “ผศ.ดร.นภวรรณ คณานุรักษ์” อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกในรายการ เศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา

 

 

     หากพูดถึงแบรนด์สินค้า หลายคนคงนึกถึงแบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ ที่มีชื่อคุ้นหู ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากับกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่ กำลังปั้นแบรนด์สินค้าเข้าสู่ตลาดด้วยเงินทุนที่จำกัด ยิ่งในช่วงการเปิด “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี” นับถอยหลังเหลือเพียงแค่ปีเศษ ๆ ถือเป็นความท้าทาย และเป็นสิ่งใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยต้องรีบตื่นตัว แสวงหาโอกาสมาเป็นจุดเริ่มต้นสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองให้เข้าไปอยู่ในใจ ของทุกคน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจอยู่รอดได้ในตลาดอาเซียน

     “ผศ.ดร.นภวรรณ คณานุรักษ์” อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกในรายการ เศรษฐกิจติดจอ ทางเดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า การสร้างแบรนด์มีความสำคัญอย่างมากกับการตัดสินใจซื้อ ยิ่งถ้าเป็นตลาดอาเซียน ถือเป็นตลาดใหญ่ที่กำลังเติบโต เพราะทุกคนต้องการบริโภค จึงน่าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าจำหน่ายในตลาดอาเซียน แต่สิ่งที่น่าห่วงตอนนี้ คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแบรนด์สินค้าเล็ก ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ยังขาดประสบการณ์ และทำธุรกิจแบบไม่จริงจัง จากนี้คงต้องเร่งปรับตัว วางแผนการทำธุรกิจใหม่ เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกัน และสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดได้

     ยิ่งถ้าเป็นสินค้าของชุมชน ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญหากจะสร้างแบรนด์เพื่อขายสินค้า ต้องสร้างคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการสร้างจุดขายที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันผู้นำท้องถิ่นเองต้องมีความเข้มแข็ง เอาจริงเอาจังกับการผลิตสินค้า ยกระดับคุณภาพ ไม่ยุ่งเรื่องอื่นจนลืมเรื่องแบรนด์ เริ่มต้นอาจจะสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้บริโภคในประเทศได้รับทราบก่อน จากนั้นจึงหาช่องทางขยายในต่างประเทศต่อไป

     อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงตัวของผู้ประกอบการเอง คงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่มีความพร้อมมีเงินทุนสามารถรุกเข้าไปในตลาดกลุ่มอาเซียนได้ ส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการที่ดี ทั้ง ต้นทุน และมีประสบการณ์ และสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว เห็นได้จากแบรนด์สินค้าหลายประเภทที่มีชื่อเสียงในตลาดของประเทศไทย

     ส่วนอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่พร้อม มาตรฐานยังไม่ได้ หีบห่อไม่ได้มาตรฐาน ส่วนมากเป็นกลุ่มอาหาร ที่ยังไม่ได้รับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นกลุ่มนี้ต้องรีบรุกตื่นตัว หรือเรียกได้ว่า เป็นกลุ่มตั้งรับ หากไม่พร้อมก็ต้องสามารถรองรับการแข่งขัน และประคองธุรกิจให้อยู่รอด โดยต้องตั้งระบบใหม่ทั้งหมดให้ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของลูกค้า

     “พอผู้ประกอบการคิดจะสร้างแบรนด์แล้ว แต่คิดไม่ถูกว่าจะใช้ชื่ออะไร ดีไซน์รูปแบบออกมาอย่างไรดี เรื่องนี้แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่ขอให้วางคอนเซปต์ของสินค้าให้ถูกต้อง สร้างแบรนด์ให้คนสามารถจินตนาการถึงสินค้าของเราได้ แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใดบอกว่า ทำไม่เป็นก็สามารถจ้างนักดีไซน์มาช่วยทำก็ได้ โดยตอนนี้หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ คอยแนะนำ ที่สำคัญใช้งบประมาณไม่มากเท่าไปให้เอกชนออกแบบดีไซน์ เช่น หากผู้ประกอบการจะขายสินค้าที่เป็นอาหารก็ปรึกษาสถาบันอาหารว่า จะพัฒนาคุณภาพอาหารอย่างไร ให้ศูนย์การสร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี ช่วยออกแบบหีบห่อให้ และต้องบอกเขาด้วยว่าอยากได้อย่างไร”

     สำหรับการวางกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ มีวิธีง่าย ๆ เพียงแค่ 2 วิธี เริ่มจากการเรียนรู้ก่อนว่า สินค้าที่ต้องขายจะต้องขายใคร โดยกำหนดกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน ว่า สินค้านี้จะขายคนกลุ่มรากหญ้า กลุ่มข้าราชการ พนักงานเอกชน ต้องระบุให้ชัด เพื่อจะได้ผลิตสินค้ามาตอบสนองกลุ่มลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจ ไม่จำเป็นต้องมองภาพกว้าง เช่น จะขายคนไทย หรือขายคนอาเซียน เพราะถือว่ามีความเสี่ยง ต่อมาเมื่อรู้แล้วว่าจะขายใคร ต้องสร้างจุดขายให้ผู้ซื้อรับทราบว่า สินค้านี้มีจุดเด่นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เช่น มีคุณภาพ อร่อย หรือบริการดี เพราะสิ่งนี้ถือเป็นคำมั่นสัญญาให้ลูกค้าว่า เมื่อซื้อสินค้าไปแล้วมีคุณภาพเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่อ้างว่า สินค้าของบริษัทมีคุณภาพแต่พอใช้แล้วกลับไม่เป็นไปตามนั้น และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การผลิตสินค้าต้องรู้จักความพอเพียง และประมาณตน

     อย่างไรก็ตามตัวของผู้ประกอบการเอง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องลงทุนดีไซน์สินค้า อย่ากลัวเรื่องต้นทุน เพราะสิ่งที่ได้กลับมา ถือเป็นประโยชน์ที่ตัวผู้ประกอบการจะได้รับในระยะยาว และเมื่อได้ตัวสินค้าที่มีรูปแบบหีบห่อชัดเจน กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้เรียบร้อย ช่องทางการขายก็สามารถดำเนินการได้หลายวิธี อย่างเช่นตัวอย่างง่าย ๆ คือการทำตลาดออนไลน์ ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ผู้ประกอบการใดที่ต้องการเสนอแบรนด์ของตัวเองก็สามารถเปิดเพจขึ้นมา แต่ไม่ใช่แค่จะเน้นขายสินค้าอย่างเดียว ต้องสอดแทรกสาระ เคล็ดลับต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากตัวสินค้าให้น่าสนใจดึงดูดให้ผู้บริโภคซึบซับ จากนั้นจึงค่อยแนะนำตัวสินค้า

     “การสร้างแบรนด์ทำได้ไม่ยาก แต่ต้องเริ่มต้นทำ และต้องใส่ใจ หยุดนิ่งไม่ได้ เพราะอนาคตเมื่อตลาดอาเซียนเปิด ผู้ประกอบการจะได้รู้ทัน อยู่รอด และได้ประโยชน์ จนสามารถเห็นผลกำไร” ดร.นภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย.

 

ที่มา : เว็บไซต์เดลี่นิวส์ (แหล่งข้อมูล)