คณะบริหารธุรกิจในข่าวและสื่อต่าง ๆ

เออีซี กับ ม.หอการค้าไทย : "ซีเอสอาร์" ช่วยธุรกิจรุกเออีซี

คอลัมน์เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย - "ซีเอสอาร์" ช่วยธุรกิจรุกเออีซี
โดย ศักดิ์ชัย อินทร์จันทร์ จากหนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ ฉบับวันพุธที่ 13 มีนาคม 2556

itn2013 CSR

การดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจแบบซีเอสอาร์ หรือการทำธุรกิจแบบมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ระดับประเทศ เพราะมีผลดีต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรออกไปสู่สายตาสาธารณชน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำซีเอสอาร์ไม่ได้จำกัดแค่การทำกิจกรรมคืนกำไรสังคมเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมงานอีกหลายด้าน โดย “รศ.ทองทิพภา วิริยะพันธุ์” อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านซีเอสอาร์ระดับประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เศรษฐกิจติดจอ” ทางเดลินิวส์ทีวี เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา ถึงความสำคัญของการทำซีเอสอาร์ที่ส่งผลดีต่อการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะการเข้าไปรุกตลาดเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ รศ.ทองทิพภา เริ่มต้นให้ฟังว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าการทำซีเอสอาร์ ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ หรือการโฆษณาให้บริษัท แต่ซีเอสอาร์เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโต อย่างยั่งยืน เคียงข้างไปกับการมีส่วนร่วมดูแลรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญซีเอสอาร์ยังไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นหน้าที่ของบริษัทขนาดใหญ่หรือ ที่ร่ำรวยอย่างเดียว บริษัทเล็ก ๆ หรือเอสเอ็มอีก็สามารถใช้ซีเอสอาร์ เข้ามาช่วยในการทำธุรกิจได้ เพราะการคืนกำไรแก่สังคม ไม่ได้เป็นตัวเงินเสมอไป

อย่างเช่น…บริษัทขนาดใหญ่ อาจช่วยเหลือด้วยการสร้างฝายกั้นน้ำ สร้างห้องสมุด แต่สำหรับบริษัทขนาดเล็ก อาจไปช่วยให้ความรู้ การนำสิ่งของที่มีอยู่แล้วไปให้โดยไม่ต้องลงทุนมาก สิ่งเหล่านี้…ถือเป็นซีเอสอาร์เช่นกัน  ที่สำคัญการขยายธุรกิจใหม่ไปต่างประเทศ การใช้ซีเอสอาร์…จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะช่วยเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจในการทำธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น  เพราะเมื่อเป็นคนต่างชาติ พอเข้าไปทำธุรกิจในประเทศอื่น ย่อมเกิดความหวาดระแวงจากคนท้องถิ่นว่าจะเข้ามากอบโกยทำกำไร ดังนั้นหากเข้าไปในลักษณะ “มิตรสหาย” ไปแบ่งปันให้ความช่วยเหลือจะทำให้เกิดความไว้วางใจยอมรับซึ่งกันและกัน

รศ.ทองทิพภา บอกว่า ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นำคณะนักธุรกิจเอสเอ็มอีไทยเดินทางไปเยือนเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับพม่า ได้มีการใช้โมเดลซีเอสอาร์เข้าไปช่วยเปิดตลาด ด้วยการสอบถามนักธุรกิจพม่าก่อนว่าต้องการรับความช่วยเหลืออะไร จากนั้นได้แจ้งมาให้กลุ่มนักธุรกิจไทยนำความช่วยเหลือเข้าไปให้ ซึ่งปรากฏว่าผลลัพธ์การเจรจาธุรกิจ… ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม

ทั้งนี้ทางหอการค้าไทยได้น้อมนำใช้ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียให้มากขึ้น โดยคำนึงถึงความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกและภายในทั้ง 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถพึ่งพาตนเอง รวมทั้งเป็นที่พึ่งแก่ผู้อื่นได้ด้วยการให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่าง มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียร รวมถึงใช้ความรู้อย่างรอบคอบมีสติปัญญาและแบ่งปัน

อย่างไรก็ดีความร่วมมือนี้ขยายโมเดลซีเอสอาร์ไปใช้ใน สปป.ลาว ด้วย แต่สิ่งสำคัญในการทำซีเอสอาร์ที่ควรคำนึงถึง คือความต้องการของผู้รับ ไม่ใช่มองแค่ว่าอยากไปให้อะไร แต่ต้องดูว่า ผู้รับอยากได้อะไรมากกว่า!  และการให้ควรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา

การทำซีเอสอาร์อย่างแท้จริงนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก โดยเริ่มจากภายในองค์กรก่อน  เช่น มีการบริหารจัดการภายในอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และจ่ายผลตอบแทนแก่พนักงานอย่างเหมาะสม แบบนี้เท่ากับว่าได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อบุคคลในองค์กร หรือการมุ่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ถือเป็นซีเอสอาร์เช่นกัน

ดังนั้น…ในทุกวันนี้ ซีเอสอาร์ จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อธุรกิจในโลกยุคใหม่ อย่างหลายประเทศในอาเซียนออกกฎบังคับให้ซีเอสอาร์เป็นส่วนหนึ่งของการทำ ธุรกิจ และต้องส่งรายงานประจำปีเกี่ยวกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมรวมด้วย  และยิ่งไปกว่านั้น การทำซีเอสอาร์ ที่ประสบความสำเร็จ ยังกลายเป็นดัชนีที่นักลงทุน ภาคธุรกิจจะใช้วัดความน่าสนใจในการเข้าทำการค้าและลงทุนด้วย

ดังนั้นซีเอสอาร์จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และภาคธุรกิจควรเข้ามามีส่วนในการรับผิดชอบกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน.

 

แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/businesss/190063