คณะบริหารธุรกิจในข่าวและสื่อต่าง ๆ

เออีซี กับ ม.หอการค้าไทย : จี้โรงงานโออีเอ็มวางแผนรับมือเออีซี

คอลัมน์เออีซีกับ ม.หอการค้าไทย - จี้โรงงานโออีเอ็มวางแผนรับมือเออีซี
จากหนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ ฉบับวันพุธที่ 16 มกราคม 2556

itn2013 oem

เชื่อว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู่ปี 58 เมื่อประตูสู่อาเซียน หรือเออีซีแล้ว ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจไม่ว่ารายเล็ก รายใหญ่ ต้องตระหนักแล้วว่าตลาดที่ใหญ่ขึ้น ย่อมหมายถึงคู่แข่งที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ คงไม่ช่วยให้กิจการก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยต้องรุกและรับสิ่งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งนั่นรวมถึงผู้ประกอบการประเภทรับจ้างผลิตที่ผลิตสินค้าตามออร์เดอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ โออีเอ็ม ที่ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน เพื่อเริ่มต้นวิ่งไปคว้าโอกาส และแน่นอนว่าใครที่ยังยืนอยู่กับที่เหมือนเดิมก็เท่ากับว่ารอเวลาเลิกกิจการ ไปนั่นเอง…

แต่หากธุรกิจใดมีกลยุทธ์ที่ดี พร้อมสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย มองเห็นโอกาสและอยากขยายธุรกิจเพิ่มเติม รู้จักเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ กล้าออกไปยืนท่ามกลางการแข่งขันอย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่สืบจากรุ่นต่อรุ่น หรือรุ่นพ่อหรือรุ่นแม่ คงสามารถโลดแล่นในวงการทั้งในและต่างประเทศได้ไม่ยากอยู่ที่ว่าใครจะเห็น ช่องทางมากกว่ากัน

’โอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ หากโอกาสลอยมาครั้งแรกแล้วเราไม่คว้าไว้ อาจจะไม่เป็นไร ไม่ได้หนักหนาสาหัสนัก แต่หากโอกาสลอยมาในครั้งที่ 2 แล้วทุกคนคว้าไว้ แต่เราไม่คว้า ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงของประเทศได้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนชอบพูดแต่โอกาสในการเปิดเออีซีว่าเราจะมีประโยชน์ แต่ไม่มีใครพูดถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลตามมา โดยเฉพาะความท้าทาย ความพร้อม การแข่งขันเพื่อช่วงชิงลูกค้าที่จะเกิดขึ้น“

นี่…เป็นเพียงบางส่วนที่ “ดร.จินต์จุฑา อิสริยภัทร์” ผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้พยายามชี้ช่องทางและปลุกให้ผู้ประกอบการทาง “เดลินิวส์ ทีวี ” เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา 

โดยเฉพาะช่องทางสำหรับผู้ประกอบการแบบโออีเอ็ม เพื่อกระตุกให้ตื่นตัวกันมากขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่าธุรกิจโออีเอ็มปัจจุบันมีทั้งสิ้น 50,000 โรงงานที่รับจ้างผลิตทั่วประเทศไทย โดยมากกว่า 70-80% เป็นกลุ่มสิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจเหล่านี้มีช่องทางในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่มีรายเล็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องประสบกับปัญหาพื้นฐาน 3 ด้านด้วยกัน คือ ขาดเงินทุน การบริหารบุคลากร และการตลาด
หลากหลายปัญหาเหล่านี้บางครั้งเอสเอ็มอีก็ขาดที่พึ่ง ทำให้หอการค้าไทยเล็งเห็นโอกาส เปิด “ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ” เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการโดยเข้ามามีบทบาทด้วยการปั้นผู้ประกอบ การรายใหม่ให้เข้มแข็ง ผลักดันและประคองธุรกิจเดิมให้กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ถาโถมเข้ามา ส่วนหลักสูตรที่หอการค้ารวบรวมนั้นสามารถใช้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะทางศูนย์จะปูพื้นให้ตั้งแต่การทำความเข้าใจเออีซี ปลุกจิตวิญญาณ หรือปรับทัศนคติ และฝึกทักษะให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น โดยเฉพาะจะทำอย่างไรให้โอเอ็มอีผันตัวเองจากมือปืนรับจ้างเป็นเจ้าของธุรกิจ เอง หรือเป็นโออีเอ็มที่ก้าวไปสร้างผลงานในเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา รวมถึงน้องใหม่อย่างพม่า

ปัจจุบันศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจเปิดดำเนินการมาได้ 2 เดือนมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 100 ราย ซึ่งหลังจากที่ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ เริ่มมีการพัฒนาตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับทัศนคติที่มีต่อเออีซี รวมทั้งเริ่มมีความพร้อมมากขึ้นที่จะก้าวออกไปดำเนินธุรกิจ เพราะในระยะหลังนั้นทางหอการค้าพยายามชูจุดเสี่ยงให้บรรดาผู้ประกอบการ รู้สึกกลัวและกล้าเผชิญกับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากมีหลักสูตรเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจแล้ว ทางหอการค้ายังมีโครงการที่ปรึกษาอาสา ไว้รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการด้วย ซึ่งจะเปิดรับฟังทุก ๆ วันอังคาร เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2697-6102

ดร.จินต์จุฑา บอกด้วยว่า  ไม่เพียงแต่เอกชนเท่านั้นแต่ภาครัฐเองก็ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็น เครื่องมือและเป็นหมัดเด็ดสำคัญของไทย นอกเหนือจากภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีของไทยมีความทันสมัยมากกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งเมื่อรวมกับการปรับทิศทางการตลาดให้ทันสมัยแล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยทั้งเจ้าของธุรกิจและผู้รับจ้างผลิตยังสู้ได้สบาย หายห่วง แต่สิ่งที่ต้องระวังไว้คือ โอกาสมักมากับความเสี่ยงเสมอ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรประมาทและชะล่าใจกับประเทศที่เคยคิดว่าด้อยกว่าในทุก ด้าน

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า…การเปิดเออีซีคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โบราณว่าไว้ “คนล้มอย่าข้าม” แต่ต้องช่วยกันดึงตัวเองขึ้นมา แน่นอนว่าคนที่ทำใจลุกได้ก่อนก็ได้เปรียบ เพราะในเมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงเออีซีได้ก็ต้อง…เดินหน้าชนให้รู้ดำรู้แดง ไปเลย ว่าธุรกิจไทยสู้ได้ ด้วยการศึกษาและหารายละเอียดอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการปิดจุดเสี่ยงของตัวเองไปในตัว!!!.

 

แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/businesss/178277